[FicTitan] Irvin x Rivaille : Cold Blood*

posted on 24 May 2013 12:03 by oh-oxygenz directory Fiction, Cartoon

 ..

 

 

 

 

'..อย่าหวั่นไหว..ต้องหนักแน่นเข้าไว้..

..อย่าปล่อยให้การตายของพวกพ้องสูญเปล่า..'

 


 

 

 

C O L D B L O O D


Attack on Titan : Fan-Fiction

Irvin x Rivaille

NC-17

 

 
 
 
 
 
 

 

 

 

พรึ่บ!!

 

 

 

ภาพตรงหน้าคือเพดานว่างเปล่า แสงสว่างที่ลอดออกมาจากหน้าต่างห้องข้างเคียงยังพอเอาชนะความมืดมิดยามรัตติกาลได้เล็กน้อย...แสงสลัวเช่นนั้นอย่างน้อยก็ทำให้เห็น...มากกว่า 'ความว่างเปล่า'

สัมผัสของเตียงนุ่มและอุ่นที่โอบอุ้มร่างของตัวเอง..

ความเหนียวเหนอะหนะจากเหงื่อไคลที่ยังไม่ได้ถูกชำระล้าง..

เสียงพูดคุยบริเวณทางเดินที่ลอดเข้ามาเป็นระยะๆ..

...และกลิ่นคาว...ที่แสนจะติดจมูก...

 

ทั้งหมดไม่ยากเกินกว่าจะสัมผัสได้ การระลึกถึงเรื่องแบบนั้นทำให้เจ้าของห้องต้องปิดเปลือกตาลงอีกครั้งหนึ่ง เป็นอีกครั้งที่รีไวล์ทิ้งตัวเองดิ่งลงสู่ความมืดมิด ความเงียบ...และความว่างเปล่า...

 


 

อย่าหวั่นไหว...”

 

 

เสียงทุ้มพึมพำแผ่ว สติสะกดทุกอย่างไม่ให้สั่นสะท้าน

..เขาจำได้ทุกคน..ทหารทุกนายที่เสียชีวิตไประหว่างปฏิบัติภารกิจร่วมกับเขา มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะจำใบหน้าของคนที่หันมามองเขาเป็นคนสุดท้ายก่อนจะหมดลมหายใจ...มันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะจำน้ำเสียงที่พูดครั้งสุดท้ายที่ฝาก 'ความหวัง' ทุกอย่างไว้กับเขา...แต่ทั้งๆที่ควรจะชินชา...ทั้งๆที่จุดเริ่มต้นของความโหดร้ายนี้เริ่มมาเป็นสิบๆปี...

 

 

“..อย่าปล่อยให้การตายของพวกพ้องต้องสูญเปล่า..”

 

 

 

คำพูดติดปากของไอ้บ้าที่ตอนนี้เสือกได้เป็นผู้บัญชาการหน่วยสำรวจที่เสือกพร่ำอยู่นั่นตั้งแต่ที่เขาเข้าหน่วยมาใหม่ๆดันมาติดปากซะได้...ถึงได้รู้ว่ากว่าจะ 'เลือดเย็น' ได้ขนาดหมอนั่นต้องใช้เวลากล่อมตัวเองมากขนาดไหน...


 

..ความตาย..ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะชินชา..

...นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาดูมีมนุษยธรรมอยู่...

 

 

 

ชายหนุ่มคิดว่าควรจะลุก แต่ร่างกายที่เคยแข็งแกร่งขนาดนั้นกลับอ่อนล้าเกินกำลัง...ทุกครั้งที่จับดาบและมองไปที่ไอ้ยักษ์โสโครกนั่นก็อดคิดจริงๆไม่ได้ว่าถ้าไม่ใช่ตัวเขาเองที่พุ่งออกไปข้างหน้า...คนข้างหลังก็ตายเป็นฝูง ดังนั้นแทนที่จะกอดอกยืนมองพวกพ้องตายไปเงียบๆเหมือนใครบางคนแบบนั้น...เขายอมที่จะกระโจนเข้าไปเสียเองมากกว่า...

และความเจ็บปวดที่ได้รับที่ขาซ้ายนั่นก็เป็นหลักฐานอย่างดี ที่ยังอุตส่าห์ขี่ม้ากลับมาแล้วลงเดินตอนเข้าเมืองก็ปาฏิหาริย์มากแล้ว...ซึ่งไม่รู้ว่ามันเกิดจากที่เขาอึดเกินพอดีหรือเพราะความโศกพวกนั้นมันพัดเอาความเจ็บปวดไปกันแน่

...อาจจะทั้งสองอย่าง...

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนี่ก็ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แผนการทั้งหมดนั่นยังไม่สิ้นสุด...

 

 

ว่ากันตามความเป็นจริง..เอเลน เยเกอร์..เจ้าไททันดัดแปลงนั่นก็แสดงฝีมือได้ไม่เลวร้ายนัก ถึงผลลัพธ์ที่ออกมาจะค่อนไปทางแย่นิดหน่อยก็ตาม...ส่วนมิคาสะ แอคเกอร์แมน...ก็แสดงความสามารถออกมาได้ยอดเยี่ยมแล้วในฐานะที่เป็นทหารใหม่ โชคดีแค่ไหนที่ฟังคำสั่งเจ้าหัวหน้ากิ๊กก๊อกสั่งให้เขาเตรียมพร้อม...มิเช่นนั้นเรื่องราวมันคงแย่ลงมากกว่านี้...

 

 

เอลวิน สมิธถูกเรียกตัวไปยังเมืองหลวงในฐานะผู้บัญชาการภารกิจนี้เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

….จะเป็นตายร้ายดีรึเปล่าก็ไม่รู้

 

 

 

..ไม่มีประโยชน์ที่จะไปห่วงไอ้หมอนั่น..

ร่างเล็กคิด ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาสั้นๆ

 

..เดี๋ยวมันก็คงจะใช้สมองซับซ้อนกับลีลาการหว่านล้อมอะไรสักอย่างตะล่อมพวกนั้นจนได้   ไม่น่ากังวลเลยสักนิด..

 

 

 


 

 

แอดด..

 

 

 

ประตูไม้บานหนาถูกผลักให้เปิดออก แสงสว่างจากภายนอกสาดเข้ามาจนต้องหรี่ตาอย่างเสียมิได้ รีไวล์ไม่ได้ขยับตัว..เขาเพิ่งตระหนักได้เดี๋ยวนั้นเองว่าตนไม่ได้ลงกลอน แต่ตราบเท่าที่ยังไม่มีเสียงประตูปิดหรือเสียงขอโทษขอโพยก็คงจะมาจากสาเหตุประการเดียว...มีคนจำนวนไม่มากนักหรอกที่จะหาญเปิดประตูเข้าห้องเขามาได้แบบนี้

 

เสียงฝีเท้าหนักๆที่คุ้นเคยดังขึ้นเป็นจังหวะเข้ามาใกล้ ก่อนร่างสูงใหญ่จะหยุดยืนอยู่ตรงนั้น

รีไวล์ไม่อยากทัก..ซึ่งเรียกให้ถูกคือเขาไม่อยากเผยอริมฝีปากด้วยซ้ำ

 

นึกไม่ถึงเลยนะว่านายจะนอนทั้งๆที่ยังไม่ได้อาบน้ำ”

 

เสียงทุ้มแหบนั่นพูดขึ้นเหมือนติดตลก ก่อนเสียงฝีเท้าหนักๆคู่เดิมจะเดินไปที่หน้าตู้เสื้อผ้า...เจ้าของห้องยังไม่แม้แต่จะลืมตาขึ้นมองด้วยซ้ำ แต่เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดว่าตนหลับอยู่ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องเอ่ยคำแขวะ

“...เป็นผีแล้วยังตามมาระรานอีกนะ...”

หึ โชคร้ายหน่อยนะที่ไม่ได้โดนโทษประหาร"


ประหารเหรอ..พูดเป็นเล่น...

...เขานึกภาพตัวเองตามไปฆ่าไอ้พวกที่สั่ง 'ประหาร' คนตรงหน้านี้ออกในทันที...

 

รีไวล์ลืมตาขึ้นมองเพดานที่ว่างเปล่าของตัวเองอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มีแสงไฟจากนอกประตูเข้ามาปะปนด้วย...ซึ่งเขาไม่ชอบใจเอาซะเลย..

ปิดประตู"

คำสั่งได้รับการปฏิบัติตามในเวลาไม่นาน...ระดับความพึงพอใจเพิ่มขึ้นมาในระดับหนึ่ง


ต่างฝ่ายไม่ได้พูดอะไร แต่ได้ยินเสียงร่างสูงกว่าเก็บข้าวของอะไรสักอย่างอยู่...เจ้าของห้องชินเรื่องแบบนั้นมานานแล้ว เอลวินมักจะทำเหมือนห้องๆนี้เป็นห้องของตัวเอง ทั้งการจัดเรียงข้าวของและบรรยากาศ...